อาหารสายยาง การใส่สายอาหารทางหน้าท้อง

อาหารสายยาง การใส่สายอาหารทางหน้าท้อง การใส่สายอาหารทางหน้าท้องโดยใช้กล้องส่องกระเพาะอาหาร (PEG) คือ การใส่สายยางให้อาหารทางหน้าท้อง โดยใช้กล้องส่องกระเพาะอาหารช่วยนำสายยางให้อาหารเจาะผ่านออกมาทางหน้าท้อง วิธีนี้จะง่าย สะดวก รวดเร็วและผู้ป่วยไม่ต้องเสี่ยงต่อการผ่าตัดใหญ่ ขนาดแผลหน้าท้องจะยาวเพียง 0.5 เซนติเมตร

ข้อบ่งชี้ในการทำ

ผู้ป่วยทุกรายที่มีข้อบ่งชี้ในการใส่สายให้อาหารทางจมูกเป็นเวลานาน เช่น ผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว หรือ มีปัญหาในการกลืน หรือ รับประทานอาหารเองไม่ได้ สามารถใช้วิธีนี้ได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการสำลักอาหารเข้าปอด ผู้ป่วยที่ดึงสายให้อาหารทางจมูกบ่อยครั้ง

ข้อห้าม

ห้ามในผู้ป่วยที่มีรอยโรคบริเวณช่องปากและลำคอที่จะขัดขวางการส่องกล้อง เช่น มะเร็งช่องปากและลำคอ มะเร็งหลอดอาหาร หรือผ่านการฉายแสงที่ลำคอมาก่อน

การเตรียมตัวเพื่อใส่สายให้อาหารทางหน้าท้อง

1.งดอาหารและน้ำดื่มก่อนทำประมาณ 6 -8 ชั่วโมง

2.งดยาละลายลิ่มเลือด เช่น Plavix Coumadin หรือ Aspirin เป็นเวลา 7 วันก่อนทำการใส่สายหน้าท้อง

ขั้นตอนการทำ

1.ผู้ป่วยจะได้วรับยาชาโดยการอมและพ่นในคอ หรือ ให้ยาสลบทางหลอดเลือดดำ หรือ การดมยาสลบแล้วแต่กรณ๊

2.แพทย์จะใส่กล้องส่องกระเพาะอาหารเข้าไปในปากผ่านหลอดอาหารสู่กระเพาะอาหาร และฉีดยาชาที่หน้าท้องเพื่อเจาะใส่สายให้อาหารซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาาที

3.ผู้ป่วยต้องงดอาหารประมาณ 1 – 3 วันเมื่อแผลเจาะกระเพาะอาหารสมานดี แพทย์จะเริ่มให้อาหารทางหน้าท้อง

การดูแลแผลหลังใส่สายให้อาหารผ่านทางหน้าท้องสู่กระเพาะอาหาร

1.ในระยะ 1 – 2 สัปดาห์แรกหลังใส่สายให้อาหารทางหน้าท้อง ควรทำความสะอาดแผลรูเปิดและใต้แป้นสายสวน โดยวิธีปราศจากเชื้อ โดยใช้น้ำยาเบตาดีน หรือ 70% แอลกอฮอล์ และปิดผ้าก๊อซปราศจากเชื้อ วันละ 2 ครั้ง (เช้า – เย็น) และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือพยาบาลอย่างเคร่งครัด

2.ในระยะต่อมาเมื่อแผลแห้งดีแล้ว ให้ใช้น้ำเกลือล้างแผล หรือ น้ำต้มสุก ทำความสะอาดแผลและใต้แป้นสายสวนให้สะอาด เช็ดให้แห้ง และปิดผ้าก๊อซไว้

3.ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ (ยกเว้นมีข้อห้ามจากแพทย์) และทำความสะอาดแผลตามปกติ (ถ้าขอบแผลอักเสบยังไม่ควรอาบน้ำ)

การดูแลสายให้อาหารทางหน้าท้อง

1.ทำความสะอาดสายให้อาหารด้านนอกและข้อต่อด้วยสบู่และน้ำสะอาด ส่วนสายสวนชนิดระดับผิวหนังใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำสะอาดเช็ด

2.ไม่ควรหักหรือพับงอสายให้อาหารนานเกินไป อาจทำให้สายแตกหักหรือพับงอ ทำให้เกิดการอุดตันได้

3.กรณีใช้สายให้อาหารทางหน้าท้องชนิดลูกโป่ง ควรหมั่นตรวจสอบว่าตำแหน่งของสายที่ระดับผิวหนังอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เนื่องจากสายอาจเลื่อนเข้าไปในกระเพาะมากเกินไป

4.ต้องดูแลให้ระดับบ่าท่อที่อยู่ทางหน้าท้องอยู่ที่ขีด 6 เซนติเมตร และควรหมุนตัวสายทุก 2 – 3 วัน เพื่อป้องกันการฝังตัวของหัวเปิดในช่องกระเพาะอาหาร

5.ไม่ควรใช้อาหารที่มีความร้อนเพราะจะทำให้อายุการใช้งานน้อยลง ซึ่งปกติจะใช้ได้นาน 6 – 8 เดือน

ปัญหาที่อาจเกิดจากการใส่สายให้อาหารทางหน้าท้องและวิธีแก้ไข

1.การอุดตันของสาย เกิดจากการบดยาไม่ละเอียด การให้อาหารที่หนืดเกินไป หรือการให้น้ำตามหลังการให้อาหาร หรือ ยาไม่ดีพอ ซึ่งถ้าเกิดการอุดตันอาจลองใช้น้ำอุ่นค่อยๆล้างและลองดูดด้วยกระบอกให้อาหาร ถ้ายังอุดตันให้ปรึกษาแพทย์

การป้องกันการอุดตันของสาย

– ให้น้ำหลังให้อาหาร หรือ นมทุกครั้งอย่างน้อย 20 – 30 ซีซี(ในกรณีจำกัดปริมาณน้ำดื่ม ควรปรึกษาแพทย์)

– ให้น้ำก่อนและหลังให้ยาทุกครั้ง

– กรณีที่ให้อาหารแบบหยดช้าๆต่อเนื่องหลายชั่วโมงควรให้น้ำอย่างน้อยทุก 4 ชั่วโมง และทุกครั้งที่หยุดเครื่องควบคุมการไหลของอาหาร

– ให้น้ำทุกครั้งหลังจากตรวจสอบประมาณอาหารที่เหลือในกระเพาะ หากมิได้ให้อาหาร หรือ นมต่อ

2. สายให้อาหารหลุด โดยปกติผู้ป่วยจะไม่สามารถดึงสายออกมาจากกระเพาะอาหารได้โดยง่าย นอกจากถูกดึงแรงๆ หากสายหลุดออกมาให้ใช้ผ่าก๊อซปิดรูแผลไว้ และรีบไปพบแพทย์โดยนำสายให้อาหารที่หลุดออกไปด้วยโดยทันที ไม่ควรทิ้งข้ามคืน เพราะรูที่ใส่อาจปิด ทำให้ใส่สายไม่ได้

3.การมีเนื้อเยื่อแดงที่แผลรูเปิด หรือ มีติ่งเนื้อ เป็นปัญหาที่พบบ่อยแต่ไม่อันตราย ซึ่งอาจทำให้มีเลือดออกได้บ้าง ให้เช็ดด้วยผ่าก๊อซ แล้วกดไว้ 1 – 2 วัน เลือดจะหยุดเอง ถ้ามีปัญหาสงสัยให้พบแพทย์

4.การรั่วซึม รอบๆสายให้อาหาร เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การอุดตันของสาย การติดเชื้่อที่แผลรูเปิด หรือ อาจเกิดจากสายที่ใช้มีขนาดเล็กกว่าแผลรูเปิดที่ทำไว้ หรือ อาจเกิดจากการให้อาหารมากเกินไป การแก้ไขเบื้องต้นคือ ให้อาหารหยดช้าๆระหว่างให้อาหารให้นอนตะแคงขวาลงกีึ่งนั่ง-กึ่งนอน หรือยกหัวเตียงประมาณ 30 -45 องศา เช็ดทำความสะอาดรอบๆรูเปิดแผล แล้วใช้ผ่าก๊อซรองไว้สำหรับดูดซับสิ่งรั่วซึมและควรปรึกษาแพทย์

5.มีการยึดติดของเนื้อเยื่อรอบๆรูเปิดกาับสายให้อาหาร ป้องกันโดยหมุนตัวสายให้อาหาร 360 องศา (เฉพาะบางรุ่น) ซึ่งแพ่ทย์จะเป็นผู้แนะนำเอง

Scroll to top