นักการทูตระดับสูงเกาหลีเหนือในอิตาลีขอลี้ภัย

อุปทูตเกาหลีเหนือประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม และครอบครัว ยื่นเรื่องขอลี้ภัยกับรัฐบาลของ “ประเทศตะวันตกแห่งหนึ่ง” ตามรายงานของสื่อเกาหลีใต้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 3 ม.ค.โดยอ้างจากรายงานของหนังสือพิมพ์ “จุงอัง” ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อสิ่งพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ว่านายโจ ซอง-กิล อุปทูตเกาหลีเหนือประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม และครอบครัว ยื่นคำร้องขอลี้ภัยกับรัฐบาลของ “ประเทศตะวันตกแห่งหนึ่ง” เมื่อเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา ด้านแหล่งข่าวทั้งของรัฐบาลโซลและรัฐบาลโรมเผยเพียงว่า ทางการอิตาลี “พยายามอย่างสุดความสามารถ” ในการ “ให้ความคุ้มครอง” แก่นายโจและครอบครัว จนกว่าจะได้รับการตอบรับสถานะผู้ลี้ภัยจากประเทศนั้น

ทั้งนี้ หากรายงานของจุงอังเป็นความจริงจะถือเป็นการลี้ภัยหรือที่รัฐบาลเปียงยางนิยมใช้คำว่า “แปรพักตร์” ของนักการทูตเกาหลีเหนือระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่นายแท ยอง-โฮ อัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงลอนดอน พาครอบครัวหลบหนีออกจากสหราชอาณาจักรเพื่อเดินทางมายังกรุงโซล เมื่อเดือนก.ย. 2559 แล้วยื่นเรื่องขอลี้ภัยในเกาหลีใต้

ขณะเดียวกัน จุงอังให้ข้อมูลเกี่ยวกับนายโจเพิ่มเติมด้วยว่า ปัจจุบันอายุ 48 ปี ประจำการอยู่ที่กรุงโรมตั้งแต่เดือนพ.ค. 2558 และปฏิบัติหน้าที่รักษาการในตำแหน่งเอกอัครราชทูต เดือนต.ค. 2560 แทนนายมุน จอง-นัม ซึ่งถูกรัฐบาลอิตาลีเนรเทศ จากการที่รัฐบาลเปียงยางทดสอบระเบิดนิวเคลียร์เมื่อเดือนก.ย.ปีเดียวกัน

นอกจากนี้ มีข้อมูลในอีกประเด็นหนึ่งแต่ยังไม่ชัดเจน ว่านายโจเป็นบุตรชายหรือบุตรเขยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งในรัฐบาลเปียงยาง เนื่องจากโดยปกติแล้วนักการทูตเกาหลีเหนือในต่างประเทศ “จำเป็น” ต้องออกมาประจำการเพียงลำพัง โดยปล่อยให้สมาชิกในครอบครัวอาศัยอยู่ในประเทศต่อไป เพื่อปก้องกันการแปรพักตร์ แต่การที่นายโจสามารถนำภรรยาและบุตรเดินทางออกมาด้วยได้ ต้องถือว่ามาจากครอบครัวซึ่ง “มีอิทธิพลพอสมควร” ในเกาหลีเหนือ.



Scroll to top