กฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ของเวียดนามมีผลบังคับใช้

กฎหมายใหม่ของเวียดนาม ว่าด้วยการให้บริษัทด้านเทคโนโลยีต้องบล็อกข้อมูล “ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ” มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่ากฎหมายความปลอดภัยไซเบอร์ฉบับใหม่ของเวียดนาม มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันปีใหม่พอดี โดยสาระสำคัญรวมถึงการที่บริษัทด้านเทคโนโลยีต้องลบหรือปิดกั้นเนื้อหาที่รัฐบาลสังคมนิยมของเวียดนามพิจารณาแล้วพบว่า “ส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ” ขณะเดียวกัน บริษัทเหล่านี้ซึ่งรวมถึงเฟซบุ๊กและกูเกิ้ลต้องมอบ “ข้อมูลอันตราย” เหล่านั้นให้แก่รัฐบาล และเปิดสำนักงานเป็นหลักแหล่งพร้อมมีระบบจัดเก็บข้อมูลภายในเวียดนามด้วย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงความปลอดภัยสาธารณะของรัฐบาลฮานอยออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลกำหนดระยะเวลาผ่อนผันให้กับบรรดาบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติสูงสุด 12 เดือน “ในการปฏิบัติตาม” ขณะที่เฟซบุ๊กออกแถลงการณ์เกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว ที่สภาแห่งชาติของเวียดนามมีมติรับรองเมื่อเดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว ว่าหนึ่งในนโยบายพื้นฐานที่สำคัญของเฟซบุ๊ก คือการปกป้องสิทธิส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการ และการสนับสนุนให้ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กสามารถแสดงความคิดเห็น บอกเล่า หรือแบ่งปันเรื่องราวใดก็ตาม “ได้อย่างเสรีและปลอดภัย”  

ทั้งนี้ นอกเหนือจากความต้องการให้เฟซบุ๊ก กูเกิ้ล ทวิตเตอร์ และบริษัทด้านเทคโนโลยีอีกหลายแห่งแสดงข้อมูลบนแพลตฟอร์มของตัวเอง “ตามแนวทาง” ของรัฐบาลแล้ว กฎหมายฉบับนี้ยังห้ามผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในเวียดนามเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหา “ต่อต้านรัฐ” หรือการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อ “บิดเบือนประวัติศาสตร์” ด้วยการนำเสนอเนื้อหา “ที่เป็นเท็จ” ซึ่งกระทรวงความปลอดภัยสาธารณะของเวียดนามมองว่าจะเป็นการสร้างความสับสน และทำลายความเป็นระเบียบเรียบร้อยของภาวะเศรษฐกิจสังคมในประเทศ

อนึ่ง กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคัใช้ 1 สัปดาห์หลังสมาคมผู้สื่อข่าวเวียดนามประกาศแนวทางปฏิบัติข้อใหม่ ห้ามสื่อมวลชนใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์นำเสนอข่าวสารหรือแม้แต่แสดงความคิดเห็นส่วนบุคคล “ในเชิงต่อต้านรัฐ”.



Scroll to top